หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

อาหารบำรุงตับ

การฟื้นฟูบำรุง รักษาตับซึ่งจะเป็นตัวควบคุมเส้นเอ็นอีกทีนึง ตามทฤษฏีแพทย์จีน การแก้ไขเรื่องของตับนั้น ขอให้จับประเด็นเกี่ยวกับต้นเหตุความผิดปรกติของตับให้ได้ก่อน ซึ่งมีรายละเอียดอยู่มากพอสมควร
วิธีแก้ปัญหาของตับโดย คือ
1. งด ลด ปรับเปลี่ยนในเรื่องการกินอาหารให้ถูกเสีย เน้นการกลับไปกินอาหารไทย ๆ แบบพื้นถิ่น พื้นบ้านเดิม ๆ อาหารธรรมชาติ อาหารเพื่อสุขภาพในแนวต่าง ๆ
2. ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต พฤติกรรม การกิน การนอน การขับถ่าย ให้เหมาะสมตามกลไกนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย
3. หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงการนำเอาสารเคมี สารพิษ รูปแบบต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายจากการดำเนินชีวิต ใช้ชีวิตประจำวันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
อาหารที่ใช้ในการบำรุง ฟื้นฟูและล้างพิษตับ
1. เห็ดที่กินได้สามอย่างขึ้นไปอะไรก็ได้ เช่น เห็ดหอม + เห็ดหูหนูขาว + เห็ดหูหนูดำ…..ผสมมะตูมแห้ง + ใบเตย
เครื่องปรุง ใช้เห็ดหอม + เห็ดหูหนูขาว + เห็ดหูหนูดำ (แห้ง) หรือ เห็ดฟาง + เห็ดนางฟ้า + เห็ดเป๋าฮื้อ (สด)
เห็ดสามอย่างที่ใช้อาจเป็น เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดโคน เห็ดหอม เห็ดหูหนูขาว เห็ดหูหนูดำ ฯลฯ เห็ดอะไรก็ได้ที่กินได้ สามอย่างขึ้นไป สดหรือแห้งก็ได้ จะเป็นสี่ ห้า หรือหกอย่างก็ได้ นำมาต้มเป็นน้ำซุปเห็ด หรือโดยต้มกับสาหร่ายทะเล หรือทำเป็นอาหารแบบต่าง ๆ เช่น ยำ ต้มยำ แกงเลียง แกงส้ม หรือเป็นส่วนประกอบในกับข้าวมื้อต่าง ๆ
1.  ลาบเห็ดรวม
ส่วนประกอบ
1.เห็ดฟาง    2 ขีด
2.เห็ดหอมสด  2 ขีด
3.เห็ดเข็มทอง  1 ช่อ
วิธีทำ
ล้างเห็ดทั้งสามอย่าง หั่นเห็ดทั้งหมด พักไว้เตรียมใบมะกรูด ผักชีฝรั่ง หัวหอม แล้วก็ต้นหอม  หั่นพอประมาณ จากนั้นนำเห็ดไปลวกน้ำร้อน ให้สุกพักไว้ นำเครื่องปรุงก็จะมี พริกป่น น้ำตาล น้ำปลา มะนาว ข้าวคั่ว คลุกเคล้ากันกับเห็ด นำต้นหอม และเห็ดต่างๆมาคลุกเคล้า ปรุงรสชาติตามใจชอบ

                                                  
                                                                      เครื่องปรุงต่างๆ
หั่นเห็ดเตรียมไว้
หั่นต้นหอมและหัวหอม
ลวกเห็ดเตรียมไว้
ข้าวคั่ว น้ำตาล น้ำปลา มะนาว
คลุกเคล้าเครื่องปรุง
นำเครื่องปรุงทั้งหมดคลุกเคล้า หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

น้ำเห็ด 3 อย่าง

เห็ดสามอย่าง คือ เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดขอน เมื่อนำเห็ดทั้ง 3 ชนิดมารวมกันแล้วประกอบอาหาร จะได้โปรตีนจากเห็ด ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ง่ายกว่าโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ โปรตีนจากเห็ดจะไปสร้างกรดอะมิโน ที่ช่วยบำรุงสมอง ปรับสมดุลของการสร้างเซลล์ใหม่ในร่างกาย ต้านการเกิดมะเร็ง ขจัดสารพิษ ส่วนผสม
เห็ดฟาง
เห็ดนางฟ้า
เห็ดขอน
มะตูมแห้ง
ใบเตย ** สามารถใช้เห็ดชนิดอื่นแทนได้ ใช้ได้ทั้งเห็ดสด และเห็ดแห้ง
วิธีทำนำเห็ดสดทั้ง 3 ชนิด ล้างให้สะอาด แล้วหั่น
ต้มเห็ดทั้ง 3 ชนิดรวมกับมะตูมแห้ง และใบเตย ใส่น้ำพอประมาณ รอจนเดือด
เมื่อเดือดแล้ว ตักเห็ดแยกออก แล้วนำน้ำที่ได้ไปกรองผ่านผ้าขาวบาง ก็จะได้น้ำต้มเห็ด 3 อย่าง ที่มีรสชาติหวานจากเห็ด และมีกลิ่นหอมจากมะตูม และใบเตย
ส่วนเห็ดที่แยกออกมานั้นสามารถนำไปประกอบอาหารได้ แต่ไม่ควรนำไปผัดกับน้ำมัน ควรใช้กะทิแทน เพราะกะทิเป็นไขมันที่ละลายได้ในน้ำ และมีคอเรสเตอรอลที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
ประโยชน์และคุณค่าทางสมุนไพร- ช่วยล้างสารพิษที่ตกค้างในตับ ช่วยบำรุงไต
- ลดอนุมูลอิสระที่เกิดเป็นเซลล์มะเร็ง
- สลายพังผืดในมดลูก
- เพิ่มเม็ดเลือดขาว ลดไขมันในเส้นเลือด
- เป็นอาหารบำรุงตับ ถ้าตับไม่แข็งแรงจะส่งผลให้ อารมณ์ไม่ดี ไทรอยอาจเป็นพิษ ตัวผอมและพุงป่อง เป็นต้น

เมนูน้ำซุปเห็ด 2 เมนู
1.ซุปเห็ดสมุนไพรรสเด็ด

วิธีทำน้ำซุปเห็ด นำเห็ดแห้งสามอย่างขึ้นไปล้าง แช่น้ำให้นิ่ม หั่นหรือฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปต้มรวมกัน ใส่น้ำเยอะๆ นำมะตูมแห้งที่เป็นแว่นๆ มาปิ้งให้หอม ใบเตย 2 – 3 ใบ ใส่ลงไปต้มรวมกัน แล้วกรองดื่มเป็นน้ำซุปเห็ดส่วนเนื้อเห็ดอาจนำไปยำหรือผัดกับกะทิ
2.ซุปเห็ดอินเตอร์
ส่วนผสมเห็ดโคนหิมะ/เห็ดเข็มทอง 500 กรัม
น้ำซุปไก่ 3 ถ้วย
หัวหอมใหญ่ 1 หัวใหญ่
แป้งสาลี 2 – 3 ช้อนโต๊ะ
วิปครีม 2 ช้อนโต๊ะ
เนยจืด 1ช้อนโต๊ะ
ใบกระวาน 2 ใบ(แต่งหน้า)
เกลือ
วิธีทำซุปเห็ด
1.ตั้งหม้อซุป เอาหอมใหญ่ซอยไปผัดกับเนยประมาณ 5 นาที จนนิ่มใส่เห็ดโคนหิมะลงไปผัด
2.ใช้ไฟกลางๆ พอเห็ดคายย้ำออกมา ก็หรี่ไฟลง ผัดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งน้ำเห็ดแห้ง เติมแป้งสาลีลงไป
3.เติมน้ำซุปลงไป จนเข้ากันดีแล้วนำไปปั่นให้ละเอียดแล้วเทกลับหม้อซุป
4.หั่นเห็ดเข็มทองเป็นชิ้นเล็ก ใส่เห็ดเข็มทองในหม้อซุป กวนให้เข้ากัน เติมครีมลงไปปรุงรสด้วยเกลือตั้งให้ร้อน แต่อย่าให้เดือด
5.ตักใส่ถ้วย ทานคู่ขนมปังกรอบ โรยพริกไทยดำ
สรรพคุณ - ใช้เป็นอาหารบำรุงตับที่สำคัญมาก โดยอาจรับประทานร่วมกับมันฝรั่งต้มหรือนึ่ง จะช่วยบำรุงตับได้ดีมาก
- ช่วยล้างสารพิษหรือท็อกซินและไขมันที่พอกสะสมและตกค้างอยู่ในตับ ต่อต้านการเป็นมะเร็ง
- ลดอนุมูลอิสระ ลดการเกิดซีสต์ ถุงน้ำ เนื้องอก และเซลล์มะเร็งของอวัยวะภายในร่างกาย
- ช่วยสลายเยื่อพังผืดในช่องท้อง อุ้งเชิงกราน มดลูก
- ลดไขมันที่ล้นเกินบริเวณตับ (ไขมันพอกตับ) และไขมันในกระแสเลือด
- เพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาว
2. ขมิ้นชัน ดีเหลือเกินสำหรับสมุนไพรตัวนี้ ทั้งช่วยในการบำรุง ฟื้นฟูและล้างขับพิษออกจากตับไปพร้อมๆกัน ได้ประโยชน์สองต่อเลย ขมิ้นชันจัดอยู่ในกลุ่มสมุนไพรที่เป็นอาหาร ไม่ใช่ยา ขนาดปริมาณที่กินก็คือ 5000 - 8000 มิลลิกรัมต่อวัน (ขนาดแคปซูลละ 500 มิลลิกรัมก็ตก 10 - 15 เม็ดเท่านั้น) กินครั้งเดียวก่อนจะนอน กินเป็นประจำทุก ๆ คืนก็ไม่มีโทษแต่อย่างใด.....
ขอขอบคุณ : http://th.answers.yahoo.com/

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ไอศกรีมช่วยลดความเครียด


สวัสดีค่ะ ผู้เยี่ยมชม วันนี้ร้อนมักๆ เลยจะมาดับร้อนกันด้วยของเย็นๆค่ะ แต่เอ.. จะทำไงดี ของเย็นที่ว่านี้จะทำให้อ้วนไหมน้า.. เดี๋ยวนี้พัฒนาการมีมากมายค่ะ เลยทำให้ผู้คนหันมาสนใจสุขภาพกัน เพราะฉะนั้นเลยมีไอศกรีมลดอ้วนกินได้ไขมันต่ำมาฝากกันค่ะ
ส่วนประกอบหลัก ๆ ในไอศกรีม (สูตรทั่วไป) คือ น้ำ ไขมัน นม น้ำตาลไอศกรีมไขมันต่ำ (Low-fat) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมมากที่สุดไม่เกิน 3 กรัมในไอศกรีมเสิร์ฟครึ่งถ้วย
ไอศกรีมลดไขมัน (Reduced fat) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมน้อยกว่าสูตรธรรมดา หรือดั้งเดิม 25%
ไอศกรีมไขมันครึ่งเดียว (Light) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผลมไขมันนมน้อยกว่าสูตรธรรมดา 50% ให้พลังงานลดน้อยลง 33%
ไอศกรีมไร้ไขมัน (Non-fat) คือ ไอศกรีมที่มีส่วนผสมไขมันนมน้อยกว่า 0.5 กรัม ในไอศกรีมสำหรับ 1คน
วิธีรับประทานไอศกรีมไม่ให้อ้วน และส่งผลเสียกับสุขภาพคือเลือกรับประทานไอศกรีมในสัดส่วนที่พอเหมาะ โดยอาจเลือกประเภทที่ไขมันต่ำ หรือไอศกรีมที่ใช้น้ำผลไม้สดแทนสารให้ความหวานอื่น ๆ นอกจากนั้นไอศกรีมที่มีการเพิ่มเติมวิตามินซีและแคลเซียม ก็ยังเป็นทางเลือกที่ให้ทั้งประโยชน์ และความอร่อยในคราวเดียวกัน
ไอศกรีมช่วยลดความเครียดได้....มีผลการทดลองจากนักวิทยาที่ยืนยันออกมาจาก NationaI Academy of Sciences ว่าการรับประทานไอศกรีมจะช่วยกำจัดความเครียดได้ เพราะสัญญาณตอบสนองการย่อยไขมันในไอศกรีมจะส่งผลไปปิดสัญญาณของความเครียดที่ส่งผ่านฮอร์โมนต่าง ๆ (Stress hormone) อาหารที่มีพลังงานสูง และการกระตุ้นในสมองจะช่วยให้คลายความเครียดลง
รู้จักไอศกรีมมากขึ้นแล้ว อย่าลืมเลือกรับประทานให้ถูก

Yakult Ice-Cream Homemade
ยาคูลท์ 3 ขวด
ไข่แดง(ไข่ไก่) 2 ฟอง
วิปปิ้งครีม 150 ml
น้ำตาลทรายละเอียด 75 กรัม
นมสดไม่พร่องมันเนย 50 ml
น้ำตาลกลิ่นวนิลา 5 กรัม (ไม่ใส่ก็ได้)





วิธีทำ
  • นำน้ำตาลทรายละเอียด+น้ำตาลกลิ่นวนิลา เทลงในไข่แดง ตีส่วนผสมให้เข้ากัน จนส่วนผสมข้นขาว



  •  เทนมลงในส่วนผสมไข่ คนให้เข้ากัน ตามด้วยยาคูลท์ คนให้เข้ากันแล้วพักไว้

  • ตีวิปปิ้งครีมด้วยความเร็วสูงสุด จนขึ้นฟู นำมาผสมลงในส่วนผสมนม คนให้เข้ากันดี เทใส่ภาชนะพลาสติกปิดฝา แช่ในตู้เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง แล้วนำมาปั่นในเครื่องปั่นไอศครีม แล้วแต่เครื่องนะคะ เครื่องที่ใช้ ปั่นประมาณ 30 นาที แล้วตักใส่ภาชนะพลาสติก ปิดฝา นำเข้าช่องฟรีช แช่ไว้จนแข็ง ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ

  •  รสชาติ ยาคูลท์ ยาคูลท์ อร่อยๆ หากินยาก ทำเองดีกว่า เนื้อเนียนๆ 

  • หน้าตาของไอศกรีมก็จะออกมาเป็นแบบนี้ค้า

ขอขอบคุณ : http://smokeyzone.exteen.com

วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เมนูสดชื่น..เครื่องดื่มยามเช้า..

ยามเช้าของใครหลายท่าน มักเป็นเช้าที่ไม่ค่อยสดใสอยู่บ่อยครั้งค่ะ  สาเหตุที่ว่านี้อาจจะอยู่ที่การนอนดึกหรือไม่ก็อาการแฮงค์จากงานสังสรรค์ชนแก้ว ก็ได้ ถ้าอย่างนั้น คุณควรที่จะให้ยามเช้าอันแสน สดใสของคุณกลับคืนมา คุณลองทำเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่เราจะนำมาฝากกันค่ะ
น้ำมะนาว
ถ้าคุณร่าเริงอยู่ในคาราโอเกะจนดึกจนดื่นแล้วละก็ เช้าขึ้นมาอาการเจ็บคอต้องถามหาคุณอย่างแน่นอนแนะนำว่าให้คุณหาน้ำมะนาวมาเป็นเครื่องดื่มยามเช้า เพราะในน้ำมะนาวจะมีกรดซิตริกมีวิตามินซี ที่นอกจาก จะช่วยขับเสมหะ แก้อาการเจ็บคอแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น แถมกลิ่นหอมอ่อนๆจากเปลือกที่โดนคั้นยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย
ขั้นแรกเลยตวงส่วนประกอบกันตามนี้เลย
1.น้ำมะนาว 1 แก้ว แก้วในที่นี้หมายถึงแก้วใบเล็กๆ เหมือนคนแก่สมัยก่อนชอบก๊งเหล้า แต่หากไม่มีใช้ขนาดอื่นแทนก็ได้
2.น้ำเย็น 2 แก้ว
3.น้ำร้อน 2 แก้ว
4.เอาน้ำตาลไปเชื่อม เป็นน้ำเชื่อมซัก 2 แก้วหย่อนๆ
5.เกลือ 1 ช้อน ชงกาแฟ ใครใส่ช้อนโต๊ะระวังจะอร่อยจัดหละ
6.เสร็จแล้วใส่น้ำแข็งก้อนคนให้เข้ากัน ดื่มให้ชื่นใจแก้กระหายคลายร้อน...
น้ำขิง
คนที่มีอาการเมาค้าง คลื่นไส้ อยากอาเจียน แนะนำน้ำขิงร้อนๆ เพราะขิงมีสารเคมีที่เรียกว่า จินเจอรอลที่เป็นสารเคมีประเภทน้ำมันหอมระเหยที่ให้ทั้งรสและกลิ่นไม่เหมือนใคร การทำน้ำขิงให้อร่อยนั้น ควรบุบหัวขิงที่ไม่แก่จัดจนเกินไปต้มด้วยน้ำร้อนพอเดือด อย่าต้มนานเกินไปเพราะขิงจะเสียรสเสียกลิ่นไปได้มาก หลังจากนั้นคุณจะดิ่มเ ปล่าๆหรือเติมน้ำตาลเพิ่มรสชาดก็ได้
ส่วนผสม
1. ขิงสดขนาดหัวแม่มือ 1-2 แง่ง
2. น้ำสะอาดต้มสุก 1 แก้ว (150-200 ซีซี)
3. น้ำตาลทรายแดง 1-2 ช้อนชา
วิธีชง ฝานขิงบาง ๆ ประมาณ 1 ขยุ้มมือ ใส่ถ้วยแล้วเติมน้ำเดือดจัด ๆ ให้เต็มถ้วยชา ปิดฝาตั้งทิ้งไว้พออุ่นก็ตักขิงออก เติมน้ำตาลทรายแดง 1-2 ช้อนชา ดื่มรวดเดียวจนหมด วิธีชงแบบนี้จะได้น้ำขิงที่สดใหม่ มีสรรพคุณยาเต็มที่ เพราะน้ำมันหอมระเหยจะไม่หนีหายไปไหน
วิธีต้ม
ใช้ขิงสดขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ ทุบให้แตก หรือหั่นเป็นแว่นก็ได้ต้มกับน้ำ 1 แก้ว ใช้ไฟอ่อน ๆ ต้มให้เดือดนาน 5 นาที แล้วยกลงเติมน้ำตาลตามต้องการ การดื่มน้ำขิงปกติควรดื่มวันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน ถ้าเตรียมน้ำขิงไว้ดื่มเป็นจำนวนมากขึ้นให้เพิ่มขิงและน้ำตามส่วน แต่ต้องกะให้ดื่มหมดภายในวันเดียว ไม่ควรค้างคืน

น้ำผัก น้ำผลไม้ เป็นน้ำที่อร่อยดื่มได้ง่าย ยังอดุมไปด้วยวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ โฟลิคแอซิคและแร่ธาตุ เช่นโซเดียม โปแตสเซียม สังกะส ในน้ำผัก น้ำผลไม้ยังมีส่วนผสมของน้ำตาลโดยธรรมชาติไปถึงน้ำตาลที่มีการเติมลงไป ซึ่งสามารถให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยให้เราหายเหนื่อยหายเพลีย ทำให้ร่างกายสดชื่นสดใส
น้ำผักสดๆ จากผักใบเขียว
ส่วนตัวเคยลองใช้ผักใบเขียวไม่มากนักนำมาคั้นน้ำ เพราะต้องใช้ผักเป็นจำนวนมาก รสชาติ สีออกจะไม่ค่อยน่ากินนัก
ผักที่เคยทดลอง
- คึ่นช่ายฝรั่ง 3 ก้านต้นใหญ่ (จะได้น้ำประมาณ 1/3-1/2 แก้ว จัดว่าเป็นผักที่มีน้ำมากพอสมควร)
- ผักกวางตุ้งญี่ปุ่น ประมาณ 4-5 ต้นเล็ก (เป็นผักที่มีรสขื่นพอสมควร กินยาก แต่สีเขียวจัด)
- บร๊อคโคลี่ 1 หัว เป็นผักที่มีน้ำไม่มากนัก แต่ไม่น่าเชื่อว่าคั้นออกมาแล้วรสชาติพอจะกินได้ แต่ว่าชอบเอามาทำกับข้าวมากกว่าเลยไม่ได้ทำอีก
** ผักใบเขียวส่วนใหญ่มักจะเอามาผสมกับมะเขือเทศ แครอท หรือมะนาว แต่ยังไม่เจอส่วนผสมที่คิดว่าลงตัว กลัวว่าเอาไปทำตามแล้วจะกินไม่ได้ บางครั้งแอนยังต้องผสมน้ำผึ้งหรือ ACV เพื่อปรับรส แต่ส่วนใหญ่จะดื่มล้วนๆ
** ผักสีเขียวเอามาคั้นกับผักสีส้ม สีแดง ผสมกันออกมาแล้วสีไม่สวยเลย ชอบตอนที่เป็นชั้นสองสีตอนคั้นเสร็จใหม่ๆ จากที่รองของเครื่อง บางครั้งเห็นแยกเป็นสามสี สวยดีเชียว แต่รสชาต

น้ำหวาน
คนนอนดึกส่วนใหญ่ยามเช้าของคุณจะมีอาการปวดหัว มึนศรีษะ เกิดอาการเครียดทางประสาท ซึ่งเป็นเพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารเช้าที่มีแป้งและน้ำตาลสามารถช่วยได้ โดยเฉพาะน้ำตาลจะดูดซึมได้ดีและง่ายกว่า น้ำหวานๆสักแก้วในยามเช้า จะทำให้จิตใจสงบขึ้น คลายอาการเครียดและมึนงงได้
วิธีทำ
เริ่มต้มน้ำด้วยไฟอ่อนพอน้ำเริ่มร้อนค่อยๆ
เราก็เติมน้ำตาลทรายลงไป กวนช้าๆด้วยไม้พาย
เมื่อน้ำเดือดก็ให้ใส่เกลือลงไป ** คนอย่างเร็วแล้วยกลงทันที **
ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วจากนั้นเราก็บีบมะนาวลงไป
( กรองน้ำมะนาวด้วยตะแกรงก่อน )กวนเล็กน้อย
น้ำหวานจะค่อยๆใส เสร็จแล้วนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง
เก็บใส่ภาชนะที่ใช้สำหรับเก็บเช่น ขวดโหล
ถังไม้โอ๊ค เพื่อให้ตะกอนเล็กๆที่แขวนลอยอยู่ตกตะกอนลง
ไปอยู่ที่ก้นภาชนะ เราจะใช้เวลาเก็บประมาณ 2-3 วัน
น้ำหวานสีแดง
ส่วนผสม
น้ำหวานเข้มข้น
กลิ่นสตอเบอรี่พอสมควร
สีแดง ( สีผสมอาหาร ) พอสมควร



วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555

ตำซ่า ตำแซ่บ เมนูเด็ดส้มตำ

ตำกระท้อน
วิธีทำส่วนผสมส้มตำกระท้อน
. กระท้อนปอกเปลือกสับเป็นเส้นๆ 1 ถ้วย
. กระเทียมแกะเปลือกออก 2 ช้อนโต๊ะ
. พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต๊ะ
. มะเขือเทศลูกเล็กผ่าครื่ง 1/4 ถ้วย
. กุ้งแห้งอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
. น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
. น้าตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำส้มตำกระท้อน
1.โขลกกระเทียมกับพริกพอแหลก ใส่กุ้งแห้งโขลกให้เข้ากัน
2.ปรุงรสด้วย น้ำปลาดี น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน จึงใส่กระท้อน มะเขือเทศลูกเล็ก คนให้เข้ากัน ชิมรส ตามชอบแล้วตักใส่จานให้สวยงาม โรยหน้าด้วยลิสงคั่ว ให้ทั่ว
ตำสับปะรด
วิธีทำส่วนผสมส้มตำสับปะรด
. ปอกสับปะรด หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
. กระเทียมแกะเปลือกออก 2 ช้อนโต๊ะ
. เนื้อหมูหันลวกสุก 1/4 ถ้วย
. พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต๊ะ
. มะเขือเทศลูกเล็กผ่าครื่ง 1/4 ถ้วย
. กุ้งแห้งอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
. น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
. น้าตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำส้มตำสับปะรด
1.โขลกกระเทียมกับพริกพอแหลก ใส่กุ้งแห้งโขลกให้เข้ากัน
2.ปรุงรสด้วย น้ำปลาดี น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน จึงใส่สับปะรด มะเขือเทศลูกเล็ก คนให้เข้ากัน ชิมรส ตามชอบแล้วตักใส่จานให้สวยงาม โรยหน้าด้วยลิสงคั่ว ให้ทั่ว
ตำแครอท
วิธีทำส่วนผสมส้มตำแครอท
. สับแครอท เป็นเส้นๆ 1 ถ้วย
. กุ้งสด ผ่าหลัง ลวก 4-5 ตัว
. กระเทียมแกะเปลือกออก 2 ช้อนโต๊ะ
. พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต๊ะ
. มะเขือเทศลูกเล็กผ่าครื่ง 1/4 ถ้วย
. กุ้งแห้งอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
. น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
. น้าตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำส้มตำแครอท
1.โขลกกระเทียมกับพริกพอแหลก ใส่กุ้งแห้งโขลกให้เข้ากัน
2.ปรุงรสด้วย น้ำปลาดี น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน จึงใส่่แครอท มะเขือเทศลูกเล็ก คนให้เข้ากัน ชิมรส ตามชอบแล้วตักใส่จานให้สวยงาม โรยหน้าด้วยลิสงคั่ว ให้ทั่ว

.ตำข้าวโพด
วิธีทำส่วนผสมส้มตำข้าวโพด
. แกะข้าวโพดฝัก ประมาณ 1 ถ้วย
. กระเทียมแกะเปลือกออก 2 ช้อนโต๊ะ
. พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต๊ะ
. มะเขือเทศลูกเล็กผ่าครื่ง 1/4 ถ้วย
. กุ้งแห้งอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
. น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
. น้าตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำส้มตำข้าวโพด
1.โขลกกระเทียมกับพริกพอแหลก ใส่กุ้งแห้งโขลกให้เข้ากัน
2.ปรุงรสด้วย น้ำปลาดี น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน จึงใส่่ข้าวโพด มะเขือเทศลูกเล็ก คนให้เข้ากัน ชิมรส ตามชอบแล้วตักใส่จานให้สวยงาม โรยหน้าด้วยลิสงคั่ว ให้ทั่ว
ตำสาลี
วิธีทำส่วนผสมส้มตำสาลี
. หั่นสาลีเป็นชิ้นพอคำ ประมาณ 1 ถ้วย
. กระเทียมแกะเปลือกออก 2 ช้อนโต๊ะ
. พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต๊ะ
. ข้าวโพดต้มสุก แกะ 2 ช้อนโต๊ะ
. มะเขือเทศลูกเล็กผ่าครื่ง 1/4 ถ้วย
. กุ้งแห้งอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
. น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
. น้าตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำส้มตำสาลี่
1.โขลกกระเทียมกับพริกพอแหลก ใส่กุ้งแห้งโขลกให้เข้ากัน
2.ปรุงรสด้วย น้ำปลาดี น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน จึงใส่่สาลีที่เตรียมไว้ มะเขือเทศลูกเล็ก คนให้เข้ากัน ชิมรส ตามชอบแล้วตักใส่จานให้สวยงาม โรยหน้าด้วยลิสงคั่ว ให้ทั่ว

ตำส้มโอ
วิธีทำส่วนผสมส้มตำส้มโอ
. ปอกส้มโอเอาส่วนที่เป็นกลีบ แบ่งเป็นชิ้นพอคำ ประมาณ 1 ถ้วย
. กระเทียมแกะเปลือกออก 2 ช้อนโต๊ะ
. พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต๊ะ
. มะเขือเทศลูกเล็กผ่าครื่ง 1/4 ถ้วย
. กุ้งแห้งอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
. น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
. น้าตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำส้มตำส้มโอ
1.โขลกกระเทียมกับพริกพอแหลก ใส่กุ้งแห้งโขลกให้เข้ากัน
2.ปรุงรสด้วย น้ำปลาดี น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน จึงใส่่ส้มโอที่เตรียมไว้ มะเขือเทศลูกเล็ก คนให้เข้ากัน ชิมรส ตามชอบแล้วตักใส่จานให้สวยงาม โรยหน้าด้วยลิสงคั่ว ให้ทั่ว